สาระน่ารู้, เรื่องบนเตียง

รู้ไว้ใช่ว่ากับภาวะ ‘หลั่งเร็ว’

รู้ไว้ใช่ว่ากับภาวะ ‘หลั่งเร็ว’
รู้ไว้ใช่ว่ากับภาวะ ‘หลั่งเร็ว’

Premature Ejaculation (PE) หรืออาการหลั่งเร็ว หรือที่คนไทยคุ้นหูกันว่า ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’

เป็นเรื่องที่หลายชายไม่อยากพบเจอ แต่หลายคนก็ไม่อาจเลี่ยงหนี เพราะอาการนี้ถูกจัดให้เป็นความบกพร่องทางเพศในระดับต้นๆของผู้ชายทั่วโลก

ศาสตราจารย์ Marcel D. Waldinger (MD, PhD) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจิตที่เกี่ยวเนื่องกับระบบประสาท และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเพศเภสัช คณะเภสัชศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัย Utrecht ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ให้คำจำกัดความของภาวะ PE หรืออาการหลั่งเร็วไว้ว่า เป็นการที่ผู้ชายถึงจุดสุดยอด หรือสำเร็จความใคร่ หรือหลั่งอสุจิ จากการมีเพศสัมพันธ์ในเวลาเพียงไม่ถึง 3 นาที (แพทย์บางคนอาจกำหนดไว้ต่ำกว่า) ทั้งนี้ภาวะดังกล่าวอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพพื้นฐาน เช่น มีภาวะต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ หรือ Hyperthyroidism รวมถึงปัญหาต่อมลูกหมากอักเสบ ซึ่งเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

ภาวะนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ ในผู้ชายหลายคนอาจเป็นตลอดชีวิต ทั้งจากการไม่บำบัด หรือบำบัดแต่ไม่ได้ผล ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายชายที่มีปัญหาหลั่งเร็วเพียงครั้งคราว ซึ่งทางการแพทย์ถือเป็นเรื่องปกติ โดยอาการหลั่งเร็วเฉพาะกิจนี้ อาจมีองค์ประกอบได้หลายสาเหตุ อาทิ ได้พบกับคู่นอนคนใหม่ หรือเกิดอาการตื่นเต้นเมื่อพบความแปลกใหม่ในกิจกรรมทางเพศ เป็นต้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลับมีผู้ชายอีกหลายคนที่มีการหลั่งปกติ ไม่เข้าข่ายหลั่งเร็ว แต่กลับอนุมานว่าตนกำลังประสบภาวะดังกล่าว ด้วยคิดไปเองว่า ฉันน่าจะหลั่งฯช้ากว่านี้

หลั่งเร็วไม่ใช่ภาวะทางจิต

มีวารสารการแพทย์ทางเพศได้ตีพิมพ์โดยระบุว่า ภาวะหลั่งเร็วเคยถูกจัดเป็นอาการทางจิต แต่ต่อมาวิทยาการและการเรียนรู้เกี่ยวกับภาวะไวต่อสิ่งเร้าขององคชาต รวมถึงระดับ serotonin ในสมอง ซึ่งส่งผลต่อการหลั่งอสุจิ สามารถทำให้ความเชื่อที่ว่า อาการหลั่งเร็วเป็นปัญหาของสภาพจิตใจ ถูกลบเลือนไป

เมื่อไหร่จึงควรไปพบแพทย์

ทุกปัญหาสุขภาพควรหาโอกาสพบแพทย์โดยเร็วและไม่ควรหลีกเลี่ยง สุขภาพทางเพศก็เช่นกัน หากพบอาการผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเพศ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและวินิจฉัยในทุกกรณี ไม่แต่เฉพาะปัญหาการหลั่งเร็วเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงสุขภาพทางเพศด้านอื่นด้วย อาทิ อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ พบความผิดปกติหลังการหลั่ง รวมถึงภาวะไม่บรรลุจุดสุดยอด เป็นต้น

วิธีการรักษาที่แพทย์มักเลือกใช้

การรักษาภาวะหลั่งเร็วมีหลายวิธี ที่แพทย์มักเลือกใช้ อาทิ ใช้พฤติกรรมบำบัด เช่น การฝึกขมิบ การบีบโคนอวัยวะเพศ การฝึกหยุดยั้งหรือยืดระยะการหลั่ง ใช้ยาชาเฉพาะที่ ยาฉีดสำหรับใช้กับอวัยวะเพศชาย รวมถึงการใช้ยากลุ่ม serotonin เช่น Selective Serotonin Reuptake Inhibitors หรือ SSRIs เป็นต้น

จากการรวบรวมข้อมูลในสหรัฐอเมริกาพบว่า โดยทั่วไปแพทย์มักใช้ยาภายนอกกับอวัยวะเพศของผู้ป่วยที่มีภาวะหลั่งเร็ว เนื่องจากง่ายต่อการใช้งาน มีประสิทธิภาพ ผลข้างเคียงต่ำ ผลการใช้เป็นที่น่าพอใจ ในขณะที่วิธีการรักษาด้วยยากลุ่ม SSRIs นั้น แม้ว่ามีประสิทธิภาพก็จริงอยู่ แต่ยา(รับประทาน)ในกลุ่มนี้ มักส่งผลข้างเคียงที่ไม่น่าพอใจ ทำให้การรักษาด้วยวิธีนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง